มหาสมัยสูตร
เพื่อให้เทวดาประชุมกันในเหตุการณ์ที่สำคัญ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค
และสุมังคลวิลาสินี อรรถกถาทีฆนิกาย มหาวรรค
พระมหาเทิด ญาณวชิโร
ความเป็นมา
ก่อนหน้าที่คนไทยกำหนดเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ พิธีสวดมหาสมัยเป็นพิธีสวดมนต์ใหญ่ประจำปีเนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ของคนไทย ถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญที่ทางบ้านเมืองจะต้องร่วมกันจัดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล และเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ สำหรับประชาชนในท้องถิ่น พอถึงวันสงการณ์ต่างก็จัดให้มีพิธีสวดมหาสมัยขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชนของตนเช่ากัน แตกต่างกันไปตามความนิยมของที่นั้น ๆ
นอกจากนั้น เมื่อถึงฤดูฝนใหม่ก่อนจะลงนาหว่านไถ คนไทยยังนิยมนิมนต์มหาสวดมหาสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงมือหว่านไถในฤดูกาลใหม่อีกด้วย และเมื่อเสร็จพิธีชาวบ้านก็จะนำน้ำพระพุทธมนต์ไปพรมให้ลูกหลาน บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย เรือกสวนไร่นาข้าวของเครื่องใช้ ยานพาหนะ ตลอดจนสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข
ต่อมาเมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ จากวันสงการนต์ไปใช้วันปีใหม่ตามหลักสากลพิธีสวดมหาสมัยก็ถูกลดความสำคัญลงและเริ่มเลือนหายไปจากวิถีชีวิตของคนไทย ในปัจจุบันยังคงมีวัดบางวัดเท่านั้นที่มีพิธีสวดมหาสมัย
การที่คนไทยสมัยก่อนสวดมหาสมัยสูตรในวันสงกรานต์ซึ่งถือว่าเป็นพิธีขึ้นปีใหม่มาแต่เดิมเพราะถือตามคำอธิบายที่กล่าวไว้ในอรรถกถามหาสมัยสูตรว่า
“ในสถานที่สำคัญที่จะประกอบกิจใหม่หรือในสถานใดที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ ๆ เมื่อจะสวดมงคลกถาในสถานที่เช่นนั้น ควรสวดมหาสมัยสูตรนี้”
เพราะความที่มหาสมัยสูตรนี้เป็นที่รักของเทวดา เมื่อสวดพระสูตรนี้แล้ว เหล่าเทวดาทั้งหลายก็จะประชุมกันฟังพระสูตร เมื่อเหล่าเทวดาประชุมกัน สิ่งที่ไม่ดีก็จะถอยร่นออกไป เป็นการกั้นเอาสิ่งที่ไม่ดีออกไปด้วย
พรหมนิกาย
สุพรหมและปรมัตตพรหม ผู้เป็นบุตร ของพระพุทธเจ้าผู้มีฤทธิ์ก็มาด้วย และเมื่อเสนามารมาถึง พระศาสดาได้ตรัสบอกกับเทพทั้งหมดเหล่านั้น พร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหมผู้ประชุมกันอยู่ว่า
“ท่านจงดูความโง่เขลาของกัณหมาร พญามารได้ส่งไปในที่ประชุมใหญ่ของเหล่าเทพพร้อมกำชับว่า พวกท่านจงไปจับหมู่เทพผูกไว้ด้วยราคะจงล้อมไว้ทุกด้าน อย่าปล่อยให้ผู้ใดหลุดพ้นไปได้” แล้วก็เอาฝ่ามือตบแผ่นดินทำเสียงหน้ากลัว เหมือนฝนตก ฟ้าแลบร้องคำรามอยู่ แต่พญามารก็ไม่อาจทำให้ใครตกอยู่ในอำนาจได้จึงเกรี้ยวโกรธกลับไปพระศาสดาผู้มีพระจักษุทรงทราบเหตุนั้นทั้งหมด ทรงกำหนดได้แล้วจึงตรัสเรียก
พระสาวกผู้ยินดีในพระศาสนาตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย เสนามารมุ่งมากันแล้ว พวกเธอจงรู้จักเขา” ภิกษุเหล่านั้นทูลพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแล้ว พากันทำความเพียร มารและเสนามารหลีกไปจากเหล่าภิกษุผู้ปราศจากราคะ ไม่อาจแม้ทำขนของภิกษุเหล่านั้นให้ไหว
พญามารกล่าวสรรเสริญว่า หมู่พระสาวกของพระพุทธเจ้าชนะสงครามแล้วทั้งสิ้นล่วงพ้นความกลัวได้แล้วทั้งสิ้น มียศปรากฎในหมู่ชน บันเทิงอยู่กันพระอริยเจ้าในพระศาสนาของพระทศพล ฯ
|